ยกระดับความปลอดภัยให้ห้องพัก

ตกเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้งกับข่าวผู้หญิงถูกขืนใจแล้วฆ่าทั้งที่อยู่ภายในห้องพักของตัวเองแท้ ๆ อยากเตือนให้คุณ ๆ ระมัดระวังตัวกันให้มากขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิงที่เช่าห้องอยู่คนเดียว เพราะเดี๋ยวนี้โจรผู้ร้ายชุกชุมเหลือเกิน กิจกรรมที่เราคิดว่าเป็นส่วนตัวอย่างผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หรืออาบน้ำอาบท่า อาจจะไม่เป็นส่วนตัวอย่างที่คิดก็ได้ ดังนั้น เวลาจะทำอะไรจึงต้องมั่นใจจริง ๆ ว่าห้องหับผ้าม่านนั้นปิดมิดชิดดีแล้ว
เวลาเข้าออกห้องพัก ให้รีบล็อกประตูให้เรียบร้อยอย่าเลินเล่อ คนมาเรียกให้เปิดประตู ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่ก็ตามแต่ หากมีท่าทีแปลกไปจากปกติเช่น เมาเหล้า พยายามตีสนิทกว่าที่เคย สำรวจสิ่งของในห้อง หรือสอบถามจำนวนสมาชิกในขณะนั้น ให้เลิกคุยทันที หากเกิดเหตุดังกล่าวบ่อย ๆ การหาที่อยู่ใหม่น่าจะเป็นการดีกว่า
แต่หากมีความจำเป็นต้องอยู่ที่เดิม สมควรอย่างยิ่งที่จะเพิ่มความแน่นหนาของล็อกประตู การติดกลอนพร้อมโซ่คล้องด้านในเพิ่มขึ้นจะช่วยให้ระดับความปลอดภัยในห้องพักสูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง หากเป็นไปได้ การติดตั้งประตูเหล็กดัดอีกชั้นก่อนถึงประตูห้องก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ หากมีการติดตั้งกริ่งหรือกระดิ่งที่จะส่งเสียงเตือนเวลามีคนเปิดประตูก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกบุกรุกได้อีกส่วนหนึ่ง เพราะเจ้าของห้องจะรู้ตัวทันที
นอกจากประตูหน้าห้องแล้ว ประตูหลังก็เป็นอีกแห่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวคนปีนข้ามห้องมาทำร้ายเจ้าของห้องจนถึงแก่ชีวิตมาแล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่สูงแค่ไหนก็อย่าได้ชะล่าใจไป ทุกอย่างป้องกันได้ถ้าไม่ประมาท

จิตวิทยาการเอาตัวรอด

ตำราพิชัยสงครามของซุนวูกล่าวไว้ว่า ผู้ใดลงมือก่อน ผู้นั้นย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง และแนวคิดนี้นี่เองที่นักธุรกิจทั้งหลายนำมาปฎิบัติตามกันจนประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้ว วันนี้ผู้เขียนเลยอยากชวนคุณผู้อ่านคุยถึงแนวทางการป้องกันตัวสำหรับคุณผู้หญิงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง
อย่ารอให้คนร้ายเข้าประชิดตัวได้ก่อน เพราะคุณอาจเอาตัวไม่รอด
หากคุณต้องเดินทางในที่เปลี่ยวหรือยามค่ำคืน แล้วเกิดมีคนแปลกหน้าเดินตาม ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตามแต่ขอให้ตั้งสติไว้ก่อน จากนั้นให้หันไปจ้องบุคคลต้องสงสัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งโดยหลักการแล้ว ผู้ที่เดินตามมาด้านหลังมักจะชะงักฝีเท้า หากเป็นคนทั่วไปที่บังเอิญใช้เส้นทางเดียวกับคุณ ก็จะเดินหน้าต่อไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ได้ให้ความสนใจกับคุณ อย่างดีก็คงคิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอะไร อยู่ดี ๆ ก็มายืนจ้องหน้าชาวบ้านเขาอย่างนี้ แต่หากเป็นคนร้ายแล้วละก็ นอกจากจะชะงักฝีเท้าแล้ว ยังอาจทำทีหันไปทางอื่นหรือยืนกดโทรศัพท์เล่น รอให้คุณออกเดินต่อแล้วจึงเดินตามเพื่อรอจังหวะจู่โจม ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ ให้ดำเนินการขั้นตอนต่อไปคือ เดินเข้าไปคุย
การทำใจดีสู้เสือด้วยการชวนคนร้ายคุยจะให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วคนร้ายจะเปลี่ยนเป้าหมายไปจากคุณทันที นับเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่อาจช่วยได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนจะชวนคุยเรื่องอะไรนั้น ก็เช่น ถามเวลา แสร้งทักว่าเป็นเพื่อนของคนนั้นคนนี้ใช่มั้ย หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่คำถามเปิดช่องให้คนร้ายล่อลวงได้อย่างการถามทาง เป็นต้น

3 สถานการณ์เสี่ยงต่อภัยคุกคามทางเพศ

การไม่นำตัวเองไปตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นการป้องกันตัวเองจากอาชญากรรมได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง วันนี้ผู้เขียนอยากชวนคุณผู้อ่านมาร่วมกันคุยว่าความเสี่ยงที่ว่านั้น ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ความเสี่ยงประการที่หนึ่ง ได้แก่ สถานที่เสี่ยง สถานที่เสี่ยงในที่นี้ ก็คือสถานที่ปลอดคน อับแสง หรืออยู่ในที่ลับหูลับตาคนส่วนใหญ่ เช่น บนสะพานลอย มุมตึก ใต้สะพาน ซอยเปลี่ยว แต่ถึงอย่างนั้น สถานที่พลุกพล่านอย่างตลาดสด หรือริมถนน ก็ยังมีไม่อาจมองข้ามไปได้เช่นกัน
ความเสี่ยงประการที่ถัดมา ได้แก่ เวลาเสี่ยง ซึ่งก็คือเวลาที่ผู้คนต่างใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านเรือนหรือห้องพักของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นยามวิกาลหรือตอนเช้ามืด เรียกว่า ตราบใดที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ยังไม่ส่องแสงเจิดจ้าละก็ เวลานั้นแหละ ที่จัดอยู่ในเวลาเสี่ยงที่ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากกว่าปกติ
ความเสี่ยงประการสุดท้าย ได้แก่ บุคคลเสี่ยง ความเสี่ยงประเภทนี้อาจจะดูยากอยู่สักหน่อยเนื่องจากคนร้ายบางคน ดูจากบุคลิกลักษณะภายนอกแล้วเหมือนคนที่เป็นมิตรทั่วไป แต่หลักการแยกแยะว่าบุคคลที่พบเจออยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม ก็อาจดูแบบกว้าง ๆ ไปถึงพฤติกรรมที่คนเหล่านั้นแสดงออกมาด้วย เช่น คนเมายา จะมีท่าทางแปลกไปจากปกติ ประเภทตาขวาง ๆ พร้อมจะหาเรื่องคนอื่นได้ตลอดเวลา หรือคนเมาสุราที่ชอบส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน คึกคะนองแซวสาว ๆ ก็ควรหลีกให้ไกล เพราะคนเหล่านี้ขาดสติสัมปชัญญะที่จะควบคุมตัวเองได้ไปแล้ว เป็นต้น
หวังว่าคุณผู้อ่านจะได้ข้อสังเกตไปบ้างไม่มากก็น้อย ชีวิตจะปลอดภัย เมื่อคุณใส่ใจสถานการณ์แวดล้อมนะ อย่าลืม!