บทเรียนของการเชื่อใจคนง่าย

ด้วยเหตุที่ชีวิตของคนในปัจจุบันคลุกคลีอยู่กับเทคโนโลยีแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง เหล่ามิจฉาชีพจึงแฝงตัวอยู่ด้วยมากมาย ซ้ำยังสามารถคิดการร้ายได้สะดวกกว่าเดิมมากเพราะต่างฝ่ายต่างก็มองไม่เห็นหน้าตาที่แท้จริง ตัวตนของคนร้ายเป็นใคร มาจากไหน ก็ไม่รู้แน่ว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นถูกต้องหรือเปล่า ดังนั้น เมื่อมีการก่อคดีความขึ้นมา เจ้าทุกข์ก็ไม่รู้ว่าไปควานหาตัวผู้ก่อเหตุได้จากไหน
อยากเตือนสาว ๆ ที่ชอบเล่นแชทหรือหาแฟนทางอินเตอร์เน็ตทั้งหลายว่า ให้ระมัดระวังตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่าได้นัดเจอกับผู้ชายที่รู้จักกันทางเน็ตในที่เปลี่ยวหรือที่ส่วนตัวอย่างห้องพักหรือบ้าน ไม่ว่าจะเป็นของทางฝ่ายไหนก็ตามแต่ เพราะชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพัง มันมีโอกาสสูงที่จะเรื่องทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น หากไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงดังกล่าว ให้พยายามหลีกเลี่ยงการนัดพบเช่นนี้เสีย และพาเพื่อนไปด้วยหลาย ๆ คน หากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือกันได้ แน่นอนว่าอย่าพาไปแต่เพื่อนผู้หญิง มีเพื่อนผู้ชายที่ไว้ใจได้ไปด้วยเป็นดีที่สุด
ขอยกตัวอย่างนักศึกษาสาวคนหนึ่ง เธอได้ทำความรู้จักผู้ชายผ่านทางอินเตอร์เน็ต แชทด้วยกันทุกวันจนตกลงเป็นแฟนกันในที่สุด นัดเจอกันครั้งแรกโดยที่ผู้ชายเป็นฝ่ายมาหาและค้างคืนด้วย แน่นอนว่าเธอเสียซิงไปเรียบร้อยในคืนนั้น แต่นั่นยังเลวร้ายไม่พอ เพราะวันต่อมาที่เธอไปเรียนโดยปล่อยให้แฟนหนุ่มรออยู่ในห้อง นายคนนั้นก็จัดการยกเค้าข้าวของมีค่าของเธอไปจนเกลี้ยงโดยตรวจพบในเวลาต่อมาว่าของเหล่านั้นได้ถูกนำไปขายต่อผ่านเว็บซื้อขายแห่งหนึ่ง
อย่าได้เชื่อใจใครง่าย ๆ ถ้าไม่อยากมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าภายหลัง

อันนารีงามสรรพเมื่อดับไฟ

วันนี้ขอชวนคุณผู้อ่านคุยกันเกี่ยวกับถึงเรื่องความสวยของผู้หญิงกันสักหน่อย คิดว่าแต่ละคนน่าจะรู้และเข้าใจกันอยู่แล้วว่า คนจะสวยหรือไม่สวยนั้นขึ้นอยู่กับสายตาและรสนิยมของคนมองเป็นหลัก ผู้หญิงบางคนที่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่พากันหลงใหลคลั่งไคล้ เช่น สาว ๆ ที่ถูกยกเป็นเน็ตไอดอล หรือดารา นางแบบ และไฮโซเซเลบทั้งหลาย อาจจะดูไม่สวยหรือไม่ถูกสเป็กในสายตาของผู้ชายอีกกลุ่มก็ได้ อย่างที่เขามักพูดกันว่า “นานาจิตตัง” นั่นแหละ แล้วความสวยหรือไม่สวยมันมาเกี่ยวอะไรกับเรื่อที่คุยกันวันนี้หรือ ขอเชิญเลื่อนสายตาลงอ่านในบรรทัดต่อไปกันเลย
บ่อยครั้งที่เมื่อข่าวผู้หญิงถูกข่มขืนหรือมีคนออกมาเตือนภัยให้ระวังเนื้อระวังตัวเป็นพิเศษเมื่อเดินทางเข้าสู่สถานที่เสี่ยง ก็มักมีคนออกความคิดเห็นในทำนองตลกขบขันว่า “โชคดีที่ฉันไม่สวย โจรเห็นก็คงวิ่งหนี” หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความคิดเช่นนี้ละก็ ขอให้รีบเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ และจำเอาไว้เลยว่า บทคนร้ายจะหน้ามืดขึ้นมามันไม่เลือกหรอกนะ ว่าคุณจะสวยเหมือนนางฟ้าหรืออัปลักษณ์อับแสงแค่ไหน เพราะสถานที่เชือดเหยื่อมักอยู่ในที่มืดอยู่แล้ว บางคนหื่นจัดจนไม่สนใจแล้วเหยื่อจะเป็นหญิงหรือชาย แม้กระทั่งสัตว์มันยังจับมาสำเร็จความใคร่ได้เลย อย่างที่เคยเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์เป็นครั้งคราว ว่ามีหนุ่มวิปริตข่มขืนสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ดังนั้น คนที่คิดว่าตัวเองมีหน้าตาเป็นอาวุธก็อย่าได้ชะล่าใจไป เพราะความประมาทของคุณอาจทำให้คุณต้องเผชิญกับหายนะที่ไม่คาดคิดได้ทุกเมื่อ

อย่าสอนลูกให้ไร้เดียงสา

คนไทยส่วนใหญ่เห็นลูกหลานเป็นเหมือนไข่ในหิน อะไรมากระทบนิดกระทบหน่อยเป็นต้องรีบเข้ามาปกป้องชนิดที่ว่า ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม จำกัดชีวิตของเด็กให้อยู่แต่ในกรงทองที่ตนมั่นใจว่าปลอดภัยที่สุด โดยหารู้ไม่ว่ากำลังหยิบยื่นอันตรายให้กับลูกหลานตัวเอง
คิดดูสิว่า คุณจะคอยปกป้องเด็ก ๆ ไปได้นานสักแค่ไหน หากทำให้แกเคยชินกับการทะนุถนอมและป้อนแต่สิ่งดีงามเข้าในหัวเพียงอย่างเดียว ที่สุดแล้วเด็กก็จะกลายเป็นคนที่มองโลกเป็นสีขาว เห็นทุกคนเป็นคนดีไปเสียหมด และแน่นอนว่าเมื่อคนที่คิดปองร้ายเข้าใกล้ แกก็จะไม่สามารถรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมหรือกลอุบายที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกมาใช้ได้เลย ร้อยทั้งร้อยจึงกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างง่ายดาย!
หัวอกพ่อแม่ล้วนหวังดีกับลูก แต่สังคมเราในปัจจุบันนั้น มีอันตรายแอบแฝงมากมาย หากคุณไม่สอนให้ลูกรู้เท่าทันสิ่งเหล่านั้น ต่อไปเมื่อไร้คุณปกป้อง แกจะใช้ชีวิตลำบาก อาจถูกกดขี่ข่มเหงโดยไม่กล้าลุกขึ้นสู้ อาจถูกล่อลวงโดยง่ายเพราะเชื่อใจคนผิด ทางที่ดีจึงควรสอนลูกให้รู้จักระวังคนรอบตัว สถานการณ์ไหนไม่น่าไว้ใจต้องรู้ให้หมด บทเรียนที่ดีอยู่ในข่าวประจำวันทั้งบนจอโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์ แม้แต่โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต สอนให้เด็กสามารถป้องกันตัวเองได้และรู้เท่าทันคนร้ายเป็นการดีที่สุด เป็นของขวัญที่สุดวิเศษที่คุณสามารถมอบให้กับบุตรหลานได้นอกจากการศึกษาในห้องเรียน เพราะประสบการณ์บางอย่างมันเลวร้ายเกินกว่าจะปล่อยให้เด็กสัมผัสด้วยตัวเอง

เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน พึ่งตำรวจเท่านั้น

อันตรายสำหรับผู้ขับขี่บนท้องถนนที่เป็นสตรีนั้น มีมากมายกว่าการจราจรทั่วไปเสียอีก เพราะมักมีมิจฉาชีพฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์เพื่อหลอกล่อเหยื่อให้ลงจากรถหรือหาช่องทางประชิดตัวเพื่อกระทำการประทุษร้ายต่อทรัพย์สินและชีวิต หากเหยื่อเป็นหญิงสาวหน้าตาดีด้วยละก็ ย่อมหนีไม่พ้นการล่วงละเมิดทางเพศไปด้วยอีกคดีหนึ่ง ดังนั้น สาว ๆ ที่นิยมขับรถไปไหนมาไหนตามลำพังจึงควรระมัดระวังตัวให้มาก
เคยมีกรณีคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์ชนท้ายรถยนต์ที่มีผู้หญิงเป็นคนขับ อาศัยท่าทางสุภาพและแสดงความรับผิดชอบให้เหยื่อตายใจไม่แจ้งความ หลอกพาไปหาอู่ซ่อมรถจากนั้นพาเพื่อนขึ้นมาจี้ก่อนจะขู่บังคับให้ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มพร้อมกับลากเข้าไปข่มขืนในโรงแรม โชคดีที่ตอนขับรถพาเหยื่อออกมาข้างนอกเพื่อกดเงินอีกรอบอีกรอบได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้ประสบเหตุจึงถูกรวบตัวไปโรงพักทั้งหมด เรื่องเลยแดงขึ้นมา
การครองสติให้อยู่ สามารถช่วยคุณได้ไม่ว่าจะตกอยู่ในเหตุการณ์เลวร้ายแค่ไหน จงจำไว้ว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีถึงแม้ว่าคุณจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม การเสียเงินค่าทำขวัญสักก้อน ย่อมดีกว่าเสียชีวิตหรือหมดอนาคตเป็นไหน ๆ หากคู่กรณีชักชวนให้ขึ้นรถไปด้วยกัน ขอให้ระแวงไว้ก่อน แยกกันเดินทางเป็นดีที่สุด การมองโลกในแง่ดี อาจไม่ช่วยให้คุณรอดหากฝ่ายตรงข้ามเป็นมิจฉาชีพที่แฝงตัวมา
สุดท้าย หมั่นเสพข่าวประจำวันกันบ้างว่าเล่ห์เหลี่ยมของอาชญากรก้าวหน้าไปถึงขั้นไหนแล้ว ลองสมมติตัวเองเป็นเหยื่อดูว่าหากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคุณจะเอาตัวรอดอย่างไร ขอให้ทุกท่านโชคดี

การเอาตัวรอดเมื่อโดนคนร้ายจี้ขณะขับรถ

เมื่อคุณตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน อย่างเช่น ขึ้นรถยนต์ส่วนตัวแล้วยังไม่ทันได้ล็อคประตู ก็มีคนร้ายบุกขึ้นรถมาจี้ และบังคับให้คุณขับรถไปตามเส้นทางที่บอก สิ่งหนึ่งที่ควรจดจำให้ขึ้นใจเลยก็คือ “อย่าทำตามเด็ดขาด” เพราะหากว่าคุณทำตามที่คนร้ายสั่ง ไม่แน่ว่าอาจมีพรรคพวกของคนร้ายรอตามขึ้นมาสมทบระหว่างทาง จากหนึ่ง อาจกลายเป็นสอง สาม หรือมากกว่านั้น แล้วทางรอดของคุณก็จะยิ่งริบหรี่ลงทุกที เพราะถึงคนร้ายรายหนึ่งจะเห็นใจปล่อยคุณไป ก็ต้องมีสักคนหรือมากกว่าที่ไม่เห็นด้วย แน่นอนว่าเมื่อเรื่องกลับกลายเป็นเช่นนั้น จุดจบของคุณคงไม่สวยงามนัก
เพราะฉะนั้น ทางรอดของคุณจึงขึ้นอยู่กับตัวคุณเองแล้วล่ะ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ก่อนอื่นก็ต้องตั้งสติให้ดีเสียก่อน อย่ามัวตกใจจนยอมทำตามคำสั่งคนร้ายไปเสียหมด ให้ขับรถออกถนนตามคนร้ายบอกไปก่อน เมื่อมาถึงที่พลุกพล่านก็ให้ขับรถชนท้ายคันข้างหน้าซะเลยเพื่อให้เจ้าของรถคันนั้นหยุดและลงมาเอาเรื่อง เมื่อเกิดอุบัติเหตุ คุณก็จะกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนแถวนั้น ยิ่งสามารถทำให้รถติดได้ก็ยิ่งดี เพราะคนร้ายจะรีบหนีเอาตัวรอดทันที
แต่ถ้าอยู่ในเปลี่ยวและคุณคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ในขณะที่คนร้ายไม่ได้คาด หักใจพุ่งชนกำแพงหรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ไปเลย อย่าไปเสียดายค่าซ่อมรถ เพราะยังไงมันก็มีค่าน้อยกว่าชีวิตของคุณอยู่แล้ว เมื่อเกิดการชนขึ้น แรงกระแทกจะทำให้ตัวคนร้ายพุ่งไปด้านหน้าอย่างแรงจนน็อกไปชั่วขณะ อาศัยจังหวะนั้นหนีออกนอกตัวรถเพื่อไปขอความช่วยเหลือทันที

ผู้หญิงขับรถคนเดียวต้องระวัง

เดี๋ยวนี้ภัยที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่มีรถขับมากมายพอ ๆ กับอาชญากรรมชนิดอื่น โดยเฉพาะผู้หญิงที่ขับรถคนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้จงหนัก เพราะอันตรายสามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ทุกขณะโดยเฉพาะลานจอดรถ เนื่องจากเป็นสถานที่ค่อนข้างมืดและร้างผู้คน ควรสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบให้ดีก่อนขึ้นรถ เมื่อขึ้นรถเรียบร้อยแล้วอย่ามัวแต่จัดข้าวของหรือทำอื่นใดก่อนการล็อกรถเด็ดขาด เพราะคนร้ายอาจเปิดประตูรถตามขึ้นมาด้วย มีคนถูกจี้เอารถและทรัพย์สินมีค่า แม้กระทั่งชีวิตมาแล้วหลายราย
แต่ลานจอดรถกลางแจ้งก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ เพราะเคยมีคดีหนึ่งเกิดขึ้นกลางลานจอดรถในตลาดกันเลยทีเดียว โดยมีนักศึกษาสาวคนหนึ่งกำลังเก็บของใส่รถตัวเอง จู่ ๆ ก็มีชายร่างใหญ่อาศัยจังหวะที่เธอเผลอเปิดประตูรถ แล้วตั้งท่าผลักเหยื่อเข้าไปข้างในเพื่อลงมือทำร้าย แต่เหยื่อสู้สุดชีวิตพร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือจากคนแถวนั้นด้วยผู้ร้ายจึงหนีไป แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เมื่อมีชายคนหนึ่งมาเคาะกระจกรถแล้วเสนอความช่วยเหลือโดยอ้างตัวเป็นทหาร ชักชวนให้ไปโรงพักด้วยกันโดยอ้างว่าตนก็เจอเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน เคราะห์ดีที่เหยื่อไม่หลงกล เพราะในเวลาต่อมา ได้มีการจับกุมคนร้ายสองคนที่ทำการฉุดผู้หญิงเพื่อหวังทำมิดีมิร้าย ซึ่งก็คือคนร้ายกับพลเมืองดีคนนั้นนั่นเอง
วิธีหลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงในเบื้องต้นคือเมื่อไม่จอดรถในที่เปลี่ยว, ขอช่วยยามเดินมาส่งที่รถ, สังเกตสภาพแวดล้อมว่ามีคนน่าสงสัยหรือไม่ เมื่อขึ้นรถแล้วให้รีบล็อคทันทีอย่าโอ้เอ้

ไม่เดินคนเดียวในที่มืดและเปลี่ยว

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินความจริงไปเลยแม้แต่น้อย ยิ่งสาวคนไหนมักกลับบ้านค่ำ ๆ มืด ๆ แล้วละก็ ยิ่งตกอยู่ในความเสี่ยงมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว วันนี้ผู้เขียนขอชวนคุยเรื่องการเดินทางในซอยเปลี่ยวของคุณผู้หญิงกันสักหน่อยว่าควรมีการระมัดระวังตัวกันอย่างไรบ้าง
เริ่มแรกเลยก็คือต้องหัดเป็นคนช่างสังเกต ว่ามีคนคอยมองหรือเดินตามเรามาบ้างไหม วิธีสังเกตง่าย ๆ เมื่อมีคนเดินตามหลัง คือลองแวะซื้อของหรือเดินเข้าไปในร้านค้าที่ยังเปิดอยู่ในตอนนั้นสักพักใหญ่ ๆ สังเกตดูว่าผู้ต้องสงสัยยืนรีรอคุณอยู่หรือเปล่า ลองแวะสักหลายร้านก็ได้เพื่อความแน่ใจ หากยังตามติดไม่เลิกราก็ให้คิดไว้ก่อนเลยว่า คุณกำลังตกเป็นเป้าหมายของคนร้ายเสียแล้ว ถ้านั่งมอเตอร์ไซค์เข้าซอยได้ควรรีบเรียกใช้บริการเสียเลย แต่ควรเลือกสักหน่อยว่ามีท่าทางน่าไว้ใจไหม เพราะมีผู้ร้ายบางรายสวมรอยเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างและลากเหยื่อไปข่มขืนมาแล้ว ทางเลือกต่อมาคือขอความช่วยเหลือจากพ่อค้าแม่ขายบริเวณใกล้เคียง หากมีคนรออยู่ที่บ้านให้รีบโทรไปเรียกให้คนที่บ้านที่เป็นผู้ชายออกมารับ มากันหลายคนได้ยิ่งดี จะได้มีความปลอดภัยมากขึ้น
ผู้เขียนไม่แนะนำให้พกพาอุปกรณ์ต่าง ๆ จำพวกที่ช็อตไฟฟ้าหรือสนับมือ เพราะอาจเป็นการไปเสริมเขี้ยวเล็บให้กับคนร้ายในกรณีที่ถูกแย่งไปได้สำเร็จ สิ่งที่ควรพกมากกว่าคือของที่ให้แสงสว่างและส่งเสียงดัง เช่น ไฟฉายกับนกหวีด ซึ่งอย่างหลังจะเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านได้มากกว่า หากเป็นผู้ร้ายที่ไม่ใช่มืออาชีพก็มักจะรีบหนีไปก่อนจะโดนจับได้

อย่าทำอวดเก่ง

ผู้หญิงสมัยนี้ ถ้าไม่เรียบร้อยจนเกินไปก็ห้าวเหลือใจ แต่รู้หรือไม่ว่า การแสดงท่าทางว่าตัวเองเก่งและแน่นั่นน่ะ อาจส่งผลเสียมากเกินกว่าที่คุณคิด ผู้เขียนเคยดูคลิปสาวทอมทะเลาะกับผู้ชายคนหนึ่งเรื่องการจอดรถกีดขวางเส้นทางจราจร จะเห็นได้ว่าต่างก็ไม่มีใครยอมใคร ใช้อารมณ์กันทั้งคู่ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งจึงถึงขั้นใช้กำลัง โดยที่สาวทอมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบไปตามระเบียบ หรือในวงการนางแบบที่เต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่นระหว่างคลื่นลูกใหม่กับคลื่นลูกเก่า แรงริษยาของผู้หญิงใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าน่ากลัวแค่ไหน หากไม่รู้จักผูกมิตรกับบรรดาเพื่อนร่วมงานเอาไว้ เมื่อเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้น ก็ยากที่จะหาคนมาให้ความช่วยเหลือกันได้
การที่ผู้หญิงรู้จักป้องกันตัวเองเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมก็จริง แต่การแสดงออกว่าข้าแน่โดยไม่สนใจว่ากำลังอยู่ต่อหน้าใครหรือในสถานที่ใด ย่อมส่งผลลบตีกลับมา หากเกิดกับผู้หญิงด้วยกันก็อาจได้เพียงความหมั่นไส้ แต่หากเจอพวกนักเลงหรือผู้มีอิทธิพลการโชว์เก๋าของคุณอาจลงเอยไม่สวยนัก อย่าลืมว่าความแตกต่างกันของสรีระและกำลังระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายนั้นมีอยู่มาก ตัวต่อตัวยังแทบแย่ ถ้าโดนรุมล่ะจะเป็นยังไง ยิ่งหากสถานที่เกิดเหตุอยู่ในที่เปลี่ยวด้วยละก็ โอกาสที่ฝ่ายหญิงจะโดนล่วงละเมิดทางเพศมีสูงมากทีเดียว
ดังนั้น นอกจากจะรู้จักปกป้องตัวเองแล้วยังจะต้องรู้จักการวางตัวให้ถูกกาลเทศะด้วย อย่าไปสร้างศัตรูโดยใช่เหตุ รู้จักควบคุมอารมณ์และสติของตัวเองให้มาก อย่างที่สุภาษิตโบราณได้กล่าวไว้ว่า รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

อันตรายที่คาดไม่ถึงของสาวผมยาว

เมื่อพูดถึงผู้หญิง ภาพวาดในใจของทุกคนคงเป็นคนหน้าหวาน เอวบางร่างน้อย ไว้ผมยาวสลวย กันแทบทั้งนั้น เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่รักสวยรักงาม การไว้ผมยาว ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ผู้หญิงดูน่ามองมากขึ้น สวยมากขึ้น แต่รู้ไหมว่า ผมยาวสวยของคุณนั่นน่ะ จะเท่ากับเพิ่มโอกาสให้คนร้ายสามารถจับตัวคุณได้มากขึ้น เพราะเพียงแค่มันคว้าผมของคุณเอาไว้ได้ ก็เท่ากับได้ตัวคุณไว้ในอุ้งมือแล้ว โดยเฉพาะสาวที่มัดผมม้าหรือถักเปียที่ดูแล้วเรียบร้อย น่ารัก ก็ยิ่งตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย
โดยสถิติแล้ว ผู้ร้ายมักเลือกเหยื่อที่ไว้ผมยาว เพราะเวลาเหยื่อคิดหนีจะได้จับตัวได้ง่ายกว่าสาวผมสั้น แกมโอกาสที่เหยื่อจะดิ้นจนหลุดมือก็แทบไม่มี เพราะเมื่อผมถูกกระชากโดยแรงเจ้าตัวจะรู้สึกเจ็บหนังศีรษะมาก ทีนี้ผู้ร้ายจะลากไปทางไหนก็ต้องยินยอมเดินตามไปโดยง่ายเพราะไม่อยากเจ็บอีกนั่นเอง ใครที่สงสัยว่าการโดนกระชากผมจะเจ็บแค่ไหน ก็ลองถอนผมทีละหลาย ๆ เส้นพร้อมกันดู จากนั้นก็คูณความเจ็บที่รู้สึกเข้าไปอีกหลาย ๆ เท่า
หากไม่อยากเพิ่มจุดอ่อนให้กับตัวเอง คุณสาว ๆ อาจลองหันมาพิจารณาการเปลี่ยนทรงผมมาเป็นแบบสั้นดูบ้างก็เข้าท่าไม่น้อย เดี๋ยวนี้ช่างทำผมเขาเก่งมาก ๆ ถึงไว้ผมสั้นก็สามารถทำให้ดูอ่อนหวานสมกับเป็นผู้หญิงได้ ทั้งยังช่วยให้เจ้าของทรงผมดูเด็กกว่าอายุจริงอีกด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ลองหันไปมองดาราสาวที่ไว้ผมสั้นดูว่าจริงไหม

ยกระดับความปลอดภัยให้ห้องพัก

ตกเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้งกับข่าวผู้หญิงถูกขืนใจแล้วฆ่าทั้งที่อยู่ภายในห้องพักของตัวเองแท้ ๆ อยากเตือนให้คุณ ๆ ระมัดระวังตัวกันให้มากขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิงที่เช่าห้องอยู่คนเดียว เพราะเดี๋ยวนี้โจรผู้ร้ายชุกชุมเหลือเกิน กิจกรรมที่เราคิดว่าเป็นส่วนตัวอย่างผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หรืออาบน้ำอาบท่า อาจจะไม่เป็นส่วนตัวอย่างที่คิดก็ได้ ดังนั้น เวลาจะทำอะไรจึงต้องมั่นใจจริง ๆ ว่าห้องหับผ้าม่านนั้นปิดมิดชิดดีแล้ว
เวลาเข้าออกห้องพัก ให้รีบล็อกประตูให้เรียบร้อยอย่าเลินเล่อ คนมาเรียกให้เปิดประตู ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่ก็ตามแต่ หากมีท่าทีแปลกไปจากปกติเช่น เมาเหล้า พยายามตีสนิทกว่าที่เคย สำรวจสิ่งของในห้อง หรือสอบถามจำนวนสมาชิกในขณะนั้น ให้เลิกคุยทันที หากเกิดเหตุดังกล่าวบ่อย ๆ การหาที่อยู่ใหม่น่าจะเป็นการดีกว่า
แต่หากมีความจำเป็นต้องอยู่ที่เดิม สมควรอย่างยิ่งที่จะเพิ่มความแน่นหนาของล็อกประตู การติดกลอนพร้อมโซ่คล้องด้านในเพิ่มขึ้นจะช่วยให้ระดับความปลอดภัยในห้องพักสูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง หากเป็นไปได้ การติดตั้งประตูเหล็กดัดอีกชั้นก่อนถึงประตูห้องก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ หากมีการติดตั้งกริ่งหรือกระดิ่งที่จะส่งเสียงเตือนเวลามีคนเปิดประตูก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกบุกรุกได้อีกส่วนหนึ่ง เพราะเจ้าของห้องจะรู้ตัวทันที
นอกจากประตูหน้าห้องแล้ว ประตูหลังก็เป็นอีกแห่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวคนปีนข้ามห้องมาทำร้ายเจ้าของห้องจนถึงแก่ชีวิตมาแล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่สูงแค่ไหนก็อย่าได้ชะล่าใจไป ทุกอย่างป้องกันได้ถ้าไม่ประมาท

จิตวิทยาการเอาตัวรอด

ตำราพิชัยสงครามของซุนวูกล่าวไว้ว่า ผู้ใดลงมือก่อน ผู้นั้นย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง และแนวคิดนี้นี่เองที่นักธุรกิจทั้งหลายนำมาปฎิบัติตามกันจนประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้ว วันนี้ผู้เขียนเลยอยากชวนคุณผู้อ่านคุยถึงแนวทางการป้องกันตัวสำหรับคุณผู้หญิงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง
อย่ารอให้คนร้ายเข้าประชิดตัวได้ก่อน เพราะคุณอาจเอาตัวไม่รอด
หากคุณต้องเดินทางในที่เปลี่ยวหรือยามค่ำคืน แล้วเกิดมีคนแปลกหน้าเดินตาม ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตามแต่ขอให้ตั้งสติไว้ก่อน จากนั้นให้หันไปจ้องบุคคลต้องสงสัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งโดยหลักการแล้ว ผู้ที่เดินตามมาด้านหลังมักจะชะงักฝีเท้า หากเป็นคนทั่วไปที่บังเอิญใช้เส้นทางเดียวกับคุณ ก็จะเดินหน้าต่อไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ได้ให้ความสนใจกับคุณ อย่างดีก็คงคิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอะไร อยู่ดี ๆ ก็มายืนจ้องหน้าชาวบ้านเขาอย่างนี้ แต่หากเป็นคนร้ายแล้วละก็ นอกจากจะชะงักฝีเท้าแล้ว ยังอาจทำทีหันไปทางอื่นหรือยืนกดโทรศัพท์เล่น รอให้คุณออกเดินต่อแล้วจึงเดินตามเพื่อรอจังหวะจู่โจม ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ ให้ดำเนินการขั้นตอนต่อไปคือ เดินเข้าไปคุย
การทำใจดีสู้เสือด้วยการชวนคนร้ายคุยจะให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วคนร้ายจะเปลี่ยนเป้าหมายไปจากคุณทันที นับเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่อาจช่วยได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนจะชวนคุยเรื่องอะไรนั้น ก็เช่น ถามเวลา แสร้งทักว่าเป็นเพื่อนของคนนั้นคนนี้ใช่มั้ย หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่คำถามเปิดช่องให้คนร้ายล่อลวงได้อย่างการถามทาง เป็นต้น